ความสำเร็จบนธุรกิจขายของออนไลน์ ต้องเริ่มต้นจากการตั้งคำถามที่ถูกต้อง

คำถามว่า “ขายอะไรดี” มักจะเป็นคำถามอันดับแรกที่จะโผล่ขึ้นมาในหัวของหลายๆคนที่อยากจะเริ่มต้นในธุรกิจขายของออนไลน์

 

ขายอะไรดี..แล้วไงต่อ?

ถ้าเราเริ่มต้นคำถามว่าขายอะไรดี แบบไม่มีข้อมูลประกอบอะไรเลย มันจะตันครับ แล้วสุดท้ายมันจะคิดไปต่อไม่ได้

พอมีคำถามว่าจะขายอะไรดี แล้วเราไม่รู้จะขายอะไร ระบบความคิดของสมองของเราก็จะเริ่มต้นสั่งร่างกายให้หันซ้ายหันขวา ด้วยการใช้ทักษะการสังเกต แบบผิดๆ

เช่นการหันไปดูชาวบ้านบ้าง หันไปดูคนอื่นบ้าง หันไปดูร้านที่มียอดส่งเยอะๆที่ผ่านเข้ามาให้เห็นตอนนั้นพอดีบ้าง

ทีนี้เลยกลายเป็นว่า เห็นเขาขายดี ก็คิดอยากจะขายตามบ้าง โดยไม่ได้ทันย้อนมาสำรวจตัวเองบ้างเลย ว่าตัวเรามีความพร้อมที่จะทำอย่างเขาหรือเปล่า

บางคนเห็นเขาขายครีม เห็นมียอดส่งเยอะดี ก็อยากขายตาม (ทั้งที่ปกติตัวเองไม่ใช่คนชอบทาครีม หรือไม่ใช่คนที่จะดูแลตัวเองเท่าไหร่)

บางคนเห็นเขาขายสบู่ขัดผิวขาว แล้วขายดี ก็เลยเข้าไปสมัครตัวแทนจำหน่ายกับเขา ทั้งที่ยังไม่เคยเอามาลองใช้กับตัวเองเลยด้วยซ้ำ ว่าเห็นผลจริงอย่างที่เขาโฆษณาหรือเปล่า

ตัวอย่างกลุ่มคนพวกนี้ มักจะเป็นตัวอย่างที่เราจะพบเห็นได้ง่ายมากที่สุดในวงการขายของออนไลน์ เพราะจากการตั้งคำถามที่ไม่ถูกต้อง เลยไม่รู้จะขายอะไร ก็เลยขายตามคนอื่นซะอย่างนั้น สุดท้ายได้สินค้ามาถือในมือก็ไปต่อไม่ถูก

(อารมณ์เดียวกับการเดินเข้าร้านอาหารตามสั่ง แล้วเกิดคำถามว่ากินอะไรดี สุดท้ายโต๊ะข้างๆสั่งอะไรมาจานไหนน่าสนใจก็เอาแบบนั้นแหละ โดยไม่ทันได้คิดว่าตัวเองกินเผ็ดได้แค่ไหน หรือตัวเองชอบกินหวานแบบโต๊ะอื่นเขาด้วยหรือเปล่า)

 

ยอดส่งของไปรษณีย์ของผมโดยเฉลี่ยในแต่ละวัน
ยอดส่งของไปรษณีย์ของผมโดยเฉลี่ยในแต่ละวัน

อย่า..อยากรวย..จนหน้ามืด!

ไม่ว่าใครก็อยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตสบายๆ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ คุณก็อยากรวย ผมเองก็อยากรวย แต่พวกเราต้องไม่ปล่อยกิเลสให้อยู่เหนือหลักตรรกะเหตุผ

ทีนี้เรามาลองฝึกตั้งคำถามให้ตัวเองใหม่ เพื่อให้คำตอบที่จะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าแค่คำว่าขายอะไรดี

ลองมาเริ่มต้นด้วยคำถาม… จะขายให้ใคร?

แนวทางการหาสินค้ามาขาย มันหลายแบบครับ แต่การเริ่มต้นจากคำถามจะเอามาขายให้ใคร จะช่วยให้เราได้คำตอบสุดท้ายออกมาเป็นสินค้าได้ไวที่สุด และเทคนิคนี้เป็นไอเดียการหาสินค้าของผมเลือกหยิบขึ้นมาใช้เป็นประจำด้วยเช่นกัน

  • (ระดับ 1) จะขายให้ใคร? – Generation Type
  • (ระดับ 2) จะขายให้ใคร? – Age Rang
  • (ระดับ 3) จะขายให้ใคร? – Interest

จากบรรทัดด้านบน จะเห็นว่าในคำถามว่า
“จะขายให้ใคร?” ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

 

ระดับที่ 1 แบ่งตามกลุ่ม Generation Type

“เด็กมัธยม – วัยรุ่น – วัยทำงาน” กลุ่มคำพวกนี้ คือกลุ่มตัวอย่างเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด ทีนี้เราก็แค่เลือกมาซักคำ สมมติผมเลือก วัยทำงาน

 

ระดับที่ 2 แบ่งตามกลุ่ม Age Rang

ทีนี้เราก็เจาะลงไปอีก วัยทำงานที่ว่าอายุเท่าไหร่กันบ้าง (ส่วนมากวัยทำงานจะเริ่มต้นที่อายุ 22) ซึ่งถ้าเป็นวัยทำงาน จะแบ่งออกได้อีก 2 กลุ่มใหญ่ คือ ช่วงอายุ 22-30 และกลุ่มมากกว่า 30 ปี ขึ้นไป

ลองสังเกตว่าจากช่วงอายุพวกนี้ ระดับความคิดความอ่าน และการตัดสินใจ แตกต่างกันชัดเจนแน่นอน

เพราะกลุ่มแรกจะยังเป็นวัยรุ่นที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ แต่ในกลุ่มที่สองคือกลุ่มเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงานมากขึ้นตามวัยวุฒิ

 

ระดับที่ 3 แบ่งตามกลุ่ม Interest

ในระดับความสนใจนี้ เราต้องลองสมมติ คิดว่าตัวเองเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราเลือกมาครับ ซึ่งในที่นี้เราผมเลือกเป็นวัยทำงาน แน่นอนว่าช่วงอายุของวัยทำงาน มักจะเป็นช่วงที่กำลังเข้าสู่ช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว เก็บเงินซื้อบ้าน ผ่อนคอนโดกันแล้ว

 

เห็นคำว่า “คอนโด” จากบรรทัดบนกันมั้ยครับ?

ถ้าเรามาลองเริ่มต้นจากคำคำนี้ มาลองดูกันว่ามีสินค้าแบบไหนให้เราเลือกมาเล่นกันบ้าง อันนี้คือข้อมูลที่เรามีตอนนี้ครับ “วัยทำงาน อายุ 22-30 ที่เพิ่งซื้อคอนโด” ถ้าเป็นเราที่เพิ่งมีบ้านเป็นของตัวเองคิดว่าอะไรคืออย่างแรกที่จะทำกับห้องโล่งๆที่ได้มา?

กลุ่มสินค้าของตกแต่งภายในบ้าน จะเป็นอันดับแรกๆที่กลุ่มพวกนี้สนใจ ซึ่งจริงๆยังจะแยกไปเป็นห้องต่างๆได้อีก เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ หรือแม้แต่ห้องครัว

เมื่อกี้แค่หมวดของแต่งบ้านนะครับ ยังไม่รวมพวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หรือแม้แต่พวกโคมไฟหลอดไฟทั้งหลาย รูปภาพแขวนฝาผนัง หรือแม้แต่ของเล่นแปลกๆที่เน้นวางโชว์ตามรสนิยมของกลุ่มเป้าหมาย โอยย..เยอะมากกก

คือจากตัวอย่างที่ผมลองทำให้ดู นี่ยังแค่เริ่มต้นจากกลุ่มตัวอย่างเพียงแค่กลุ่มเดียวเท่านั้นนะ ยังไม่ได้เจาะลงไปว่าผู้ชายหรือว่าผู้หญิงเลยด้วย แน่นอนว่ากลุ่มพวกนี้ก็จะมีความสนใจที่แตกต่างกันออกไปอีก สินค้าที่มีให้เลือกเข้ามาเล่นก็จะแตกต่างกันไปอีกเป็นโหลๆ

 

ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากการตั้งคำถาม เพียงแค่คำถามเดียว

ซึ่งถ้าเราโชคดีก็อาจจะได้เจอสินค้าที่ยังไม่มีใครเอามาขายเลยด้วย หรือแม้แต่อาจจะเป็นสินค้าที่มีการแข่งขันต่ำ แต่มีความต้องการของตลาดสูงก็เป็นได้ เพราะบนโลกออนไลน์มันเป็นไปได้ทั้งนั้นครับ

 
ว่าแต่คุณตอนนี้ล่ะ ได้คำตอบของตัวเองแล้วหรือยัง ว่าอยากจะเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ที่จะ ขายให้ใคร?ChillRich.com