วิธีรับมือลูกค้า ขี้เกียจโอนเงิน?

ทำอย่างไรเมื่อปิดการขายลูกค้าได้ แต่ลูกค้ากลับไม่ค่อยโอนเงิน? แนวทางแก้ไขปัญหานี้ สำหรับพฤติกรรมซื้อขายของออนไลน์เมืองไทย ผมอยากแนะนำให้ลองเปลี่ยนมาใช้แบบนี้แทนครับ

ลองเปลี่ยนมาใช้ “เก็บเงินปลายทาง”

เมื่อพูดถึงรูปแบบการส่งสินค้าโดยวิธีการเก็บเงินปลายทาง พวกเราส่วนใหญ่อาจจะยังคุ้นเคยกันเพียงแค่ว่ามีผู้ให้บริการเพียงเจ้าเดียว ก็คือบริษัทไปรษณีย์ไทยที่มีบริการเก็บเงินปลายทาง

แถมในตอนนั้นขั้นตอนยุ่งยากมากด้วยกว่าคนขายจะได้เงิน เพราะแทนที่สินค้าจะไปถึงมือลูกค้าทันทีแต่จะกลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะเอาของไว้ที่สาขาไปรษณีย์ก่อน แล้วออกเอกสารไปให้ลูกค้าปลายทางเพื่อเรียกเข้ามาชำระเงินที่ไปรษณีย์สาขาปลายทาง

ขั้นตอนการทำงานแบบนี้ทำให้เกิดความยุ่งยากสำหรับคนซื้ออย่างมาก และแทบจะทั้งหมดเลือกที่จะยกเลิกไม่เอาสินค้า และปล่อยให้ตีกลับไปถึงต้นทาง

ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเมื่อมีการตีกลับมาทางร้านก็ต้องเสียค่าดำเนินการซ้ำเข้าไปอีก

แต่นั่นคือเมื่อก่อน…

วันนี้รูปแบบวิธีการขายของออนไลน์ด้วยการเก็บเงินปลายทางในปัจจุบัน มีตัวเลือกของผู้ประกอบการให้เลือกเยอะกว่าเมื่อก่อนมาก

ที่ผมใช้บริการประจำเลยก็คือบริษัท Kerry Express ที่มีเปิดสาขาทั่วประเทศและ Alphafast สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ

ใครอยู่พื้นที่ใกล้สาขาของไหน ลองติดต่อเข้าไปสอบถามรายละเอียดได้เลยนะครับ

โดยเฉพาะกับสินค้าที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 1 กิโล แล้วก็มีขนาดไม่ใหญ่มาก หรือพวกที่ยังสามารถใช้ขนาดกล่องไม่เกินเบอร์ B ได้อยู่

พวกนี้อัตราค่าบริการแทบจะเรียกว่าเกือบเท่า EMS และมีค่าบริการเพิ่มเพียงแค่ 3% จากยอดเก็บเงิน

(สำหรับอัตราค่าบริการแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันออกไป แนะนำสอบถามสาขาใกล้บ้านของแต่ละจังหวัดจะดีที่สุดครับ)

แล้วเงินจะเข้าบัญชีของเราได้อย่างไร?

อันนี้ประเด็นร้อนแรงสำหรับบริการเก็บเงินปลายทางสำหรับเจ้าของกิจการเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ

ยกตัวอย่างเช่น KERRY Express ของบัญชีผมจะเงินเข้าทุกวันศุกร์ครับ โดยจะเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่เราไปกรอกเอาไว้ตอนสมัครใช้บริการ พร้อมกับแจ้งหลักฐานการโอนเงินผ่านทางอีเมล์

และจะมีการสร้างกลุ่มใน LINE ขึ้นมาแยกต่างหากของแต่ละบัญชี พร้อมมีเจ้าหน้าที่ให้การดูแลแต่ละบัญขี ซึ่งเรียกว่าสะดวกสบายมากพอสมควรครับ

ขายของออนไลน์

สำหรับคนที่กังวลว่าการเก็บเงินปลายทาง จะมีโอกาสที่สินค้าตีกลับหรือว่าไปถึงลูกค้าปลายทางแล้ว เขาไม่เอา เกิดเปลี่ยนใจแล้ว แบบนี้เยอะมากขนาดไหน?

สำหรับตัวผมเอง ได้ทดลองใช้บริการเก็บเงินปลายทางมา กับสินค้าบางตัว มากกว่า 4 เดือน ที่ผ่านมามีจำนวนพัสดุที่ส่งแบบเก็บเงินปลายทางไปแล้วก็กว่า 1000 กล่อง

อัตราการตีกลับมีแค่ 1-2% เท่านั้นเอง

ซึ่งถือว่าค่อนข้างคุ้มค่าเหนื่อย เมื่อเทียบกับการให้ลูกค้าไปโอนเงินที่ธนาคารแบบทุกที (ถ้าเป็นโอนเงิน ระหว่างทางออเดอร์มันจะตกหล่นหายเยอะมาก เพราะว่าบางคนก็ขี้เกียจหรือไม่ก็ลืมที่จะโอนเงิน)

โดยเฉพาะกับสินค้าที่เป็นตลาดกลุ่มเป้าหมายที่เป็น “ผู้ชาย”

การเลือกแบบเก็บเงินปลายทางจะทำให้การตัดสินใจของลูกค้าทำได้ง่ายมากขึ้นหลายเท่าเมื่อเทียบกับช่องทางชำระเงินตามปกติ

หรือแม้แต่ตลาดที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุหรือคนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการซื้อของออนไลน์ อย่างเช่น ตลาดอายุ 40+ ขึ้นไปกลุ่มพวกนี้ใช้วิธีเก็บเงินปลายทางค่อนข้างได้ผลเยอะมากๆ ลองปรับใช้กันดูนะครับ ^‿^