3 คำถามทบทวนธุรกิจ ให้ยอดขายดี ยอดส่งเยอะ

ทบทวนธุรกิจตัวเองด้วยคำถาม 3 ข้อ ที่จะทำธุรกิจออนไลน์มียอดขายดี ยอดส่งเยอะ ธุรกิจเติบโต จนไปรษณีย์เข้ามารับสินค้าที่บ้าน

ผมเชื่อว่าทุกคนที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ใหม่ๆ ยังจำความรู้สึกครั้งแรกที่ขายได้กันทุกคนแน่นอน

ผมเองก็ยังจำได้ครับ กว่าเราจะหาของมาขาย กว่าจะตกแต่งร้านออนไลน์เสร็จ กว่าลูกค้าคนแรกจะเข้ามาสั่งซื้อ แล้วเสียง sms ยอดโอนเงินก็เด้งเข้ามา ติ๊งง!

แต่… ถ้าอยากจะทำธุรกิจจริงจัง เราต้องมองให้ไกลกว่านั้น ^ ^

จากวันแรกๆที่ผมเริ่มขายได้ ขยับสู่การมียอดส่งพัสดุเยอะขึ้น จนสามารถมีใบเสร็จไปรษณีย์ที่ยาวกว่า 5-6 เมตรต่อวัน และขยับสู่การขยับขยายกิจการจัดตั้งบริษัทฯเพื่อทำธุรกิจออนไลน์เต็มตัว จนมียอดส่งที่สามารถให้พี่ไปรษณีย์เข้ามาบริการให้ถึงที่บ้านเราได้

ทั้งหมดนี้ ผมอาศัย 3 คำถามนี้เป็นพื้นฐานทำธุรกิจออนไลน์นี้มาโดยตลอด

คำถามที่ 1
คุณรู้จักตลาดของคุณดีแค่ไหน?

ถ้าไม่มีความต้องการสินค้าในตลาด ต่อให้มีของดีแค่ไหนก็ขายไม่ออก หลักการพื้นฐานแบบนี้ที่หลายคนมองข้าม ซึ่งคุณต้องมองให้ออก ว่าตลาดที่เล่นอยู่ตอนนี้ ความต้องการสินค้าอยู่ตรงไหน

แล้วธุรกิจตัวคุณเองอยู่ที่เดียวกับลูกค้าที่ต้องการสินค้านั้นแล้วหรือยัง ถ้ายังก็ต้องปรับจุดที่อยู่ของตัวเองใหม่ แต่ถ้ายังไม่รู้ว่ากำลังอยู่ตรงไหนของตลาดอันนี้คือน่าห่วงสุดครับ และถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มกลับไปย้อนตรงไหน แนะนำกลับไปลองคุยกับตัวเองที่คำถามพื้นฐานแรกสุดเลย ทุกวันนี้ธุรกิจของเราลูกค้าคือใคร

คำถามที่ 2
คุณรู้จักสินค้าตัวเองดีแค่ไหน?

สินค้าทุกอย่างมีกลุ่มลูกค้าเป็นของตัวเอง ไม่มีสินค้าใดในโลกที่เหมาะกับทุกคน แต่ละอย่างล้วนมีกลุ่มของตัวเองทั้งนั้น สินค้าที่คุณเลือกมาขายก็เช่นกัน สำรวจสินค้าตัวเอง จุดเเข็งสินค้าตัวเองคืออะไร โดดเด่นกว่าคนอื่นอย่างไร

หาความแตกต่างนั้นให้เจอ แล้วนำเสนอมันซะ การเริ่มต้นที่วางแผนงานแบบนี้จะช่วยให้เราง่ายในการทำการตลาดมากขึ้นง่ายในการระบุกลุ่มเป้าหมายของสินค้าเรามากขึ้น และง่ายในการนำเสนอข้อมูลออกมาได้ง่ายขึ้นและน่าสนใจมากขึ้น

คำถามที่ 3
คุณสามารถลดต้นทุนในธุรกิจได้ขนาดไหน?

ถ้าต้องการทำกำไรจากยอดขายมากขึ้น ถ้าไม่เพิ่มยอดขาย งั้นก็ขายให้ราคาแพงขึ้นสิ ขอโทษนะครับที่ตอนนี้คือโลกจริงไม่ใช่ในเกมคอมพิวเตอร์ เพราะในโลกความเป็นจริงการเพิ่มยอดขายบางครั้งมันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนเล่นเกม

บางครั้งเราทำทุกวิถีทางแล้วแต่มันก็ยอดขายไม่เพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าเกิดเป็นการเพิ่มราคาสินค้าให้แพงขึ้น มันก็ต้องทำให้ยอดขายลดลงตามมาแน่นอนเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่จะกระทบต่อธุรกิจทั้งนั้น

แต่มันจะมีวิธีง่ายกว่า ก็คือถ้าเราเพิ่มรายได้ไม่ได้ การลดรายจ่ายลดต้นทุนในธุรกิจของเราให้ได้สิ มันอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าและทำได้ง่ายกว่า

 

ถ้าเราเพิ่มรายได้ไม่ได้ การลดรายจ่ายลดต้นทุนในธุรกิจของเราให้ได้ มันอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าและทำได้ง่ายกว่าChillRich.com

เริ่มจากการลดต้นทุนของกล่องพัสดุแต่สามารถหาโรงงานทีเสนอราคาที่ประหยัดกว่าของปัจจุบันที่ใช้อยู่ เริ่มจากการเปลี่ยนขั้นตอนการจัดส่ง แทนที่จะออกไปส่งเองไหนจะเสียทั้งค่าน้ำมันรถเสียทั้งเวลาในการออกไปต่อแถวเข้าคิว

เปลี่ยนมาเป็นให้พี่ไปรษณีย์เข้ามาบริการรับสินค้าถึงที่บ้าน (ถ้าสามารถมียอดส่งสินค้ามากกว่า 3,000-5,000บาท ต่อวันได้ สามารถติดต่อหัวหน้าสาขาที่ใช้บริการได้เลยครับ)

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมปรับเปลี่ยนในการลดต้นทุนธุรกิจของผม ซึ่งนั่นทำให้ผมได้ประหยัดค่าน้ำมันที่ต้องออกเดินทางไปไปรษณีย์สาขาหลายพันบาทต่อเดือน ได้เวลาช่วงที่เสียไปบนท้องถนนและที่ต้องไปใช้เวลากับที่ไปรษณีย์ประมาณ 3-4 ชั่วโมงต่อวันกลับคืนมา

โดยทั้งหมดนี้ผมไม่ได้เพิ่มราคาสินค้า ยอดขายผมก็ยังเท่าเดิมแต่ต้นทุนผมลดลง เมื่อต้นทุนลดลงกำไรผมก็เพิ่มมากขึ้น ผลประกอบการผมก็ดีขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรมากหรือวางแผนกลยุทธ์อะไรมากมาย

คำถามเหล่านี้คือคำถามที่ผมใช้ตรวจสอบธุรกิจของผมแต่ละตัวที่ทำอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ ในวันที่เราไม่รู้จะปรับเปลี่ยนอะไรให้กิจการของเรา การกลับมาย้อนมองดูเรื่องพื้นฐานที่สุดของธุรกิจอาจจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าดันทุรังไปเรื่อยๆก็ได้ครับ

การลงโฆษณาเป็นเพียงแค่ช่องทางหนึ่งในการทำการตลาด แต่เรื่องพื้นฐานอย่างเช่นการรู้จักความต้องการตลาด และการทำความรู้จักลูกค้าและสินค้าของตัวเอง ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนมันก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามนะครับ